พรุ่งนี้กลับหอแล้ว ว๊ากกก =[]=
ถึงจะได้โน็ตบุคแล้วก็เถิดแต่จะพยายามไม่ใช้เล่นเน็ตมาก เพราะปี 3 แล้ว มีโอกาสตายสูง =[]=
~ก็ขอร่ำลาเพื่อนๆไว้ ณ ที่นี้ ครับผม ผมอาจจะโผล่มาพบปะน้อยลง~
เข้าเรื่องตามหัวข้อเอ็นทรีกัน อย่าเข้าใจผิดว่าผมเขียนเอ็นทรี How To น้า ผมมารีวิวหนังสือต่างหากละ~
ชื่อหนังสือ : Don't Believe it for a minute! / ปลดล็อคความคิด สู่ชีวิตสดใส
เขียนโดยโดย : Arnold A. Lazarus, PhD., Clifford N. Lazarus, PhD., and Allen Fay, M.D.
แปลโดย : นุชนาฎและ ดร.สุวันชัย หวนนากลาง
สำนักพิมพ์ ซีเอ็ด
นานๆได้อ่านหนังสือมีสาระกับเขาบ้าง เล่มนี้ผมไม่ได้ซื้อเอง แต่ถูกแม่และพี่ไซโคให้อ่านก่อนจะกลับหอ ผมเลยต้องมานั่งอ่านไปจัดของกลับหอไป~
ก็เป็นหนังสือที่ดีนะครับ มีเนื้อหาเกี่ยวกับความคิดผิดๆ [ในหนังสือเรียกว่า "ความคิดเป็นพิษ"] ที่มนุษย์ธรรมดาๆอย่างพวกเราปักใจเชื่อว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง และปฏิบัติตามเรื่อยมาโดยไม่นึกสงสัย หารู้ไม่ว่าจะนำพาความทุกข์เข้ามาโดยที่ไม่รู้ตัวเลย หรือถ้ารู้ตัวก็คงจะสายไปเสียแล้ว
โดยผู้เขียนได้ยกตัวอย่างความคิดเป็นพิษไว้ในหนังสือรวมทั้งสิ้น 40 ข้อ ซึ่งเชื่อว่าความคิดเป็นพิษเหล่านี้ล้วนก่อให้เกิดความทุกข์ทางอารมณ์ และเกิดการรบกวนทางจิตใจ
~ตัวอย่างเล็กน้อย~
[1]
- หลายคนเชื่อว่าการถ่อมตนเป็นสิ่งที่ดี การโอ้อวดความสามารถ การยกตนข่มท่านเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ เพราะก่อให้เกิดศัตรู ดังนั้นคนจำนวนมากจึงถ่อมตัว ปกปิดความสามารถตนเองอยู่ตลอดเวลา ตัวอย่างเช่น นาย A เป็นพนักงานที่มีความสามารถ แต่เมื่อมีการให้ประเมินการทำงานของตนเอง เขากลับประเมินต่ำกว่าที่เป็นจริง ผลที่ตามมาคือ เพื่อนร่วมงานที่มีความสามารถด้อยกว่าล้วนได้รับการเลื่อนขั้น เช่นนี้นาย A ได้อะไร ได้รับความสุขจากการถ่อมตัว?
เท่านั้นยังไม่พอ การถ่อมตัวทำให้เรามองตัวเองต่ำต้อย ผลที่ตามมาคือทำให้กลายเป็นคนขาดความเชื่อมั่นในตนเอง
แนวทางแก้ไขคือ "ทางสายกลาง" ไม่โอ้อวดอย่างสุดขั้ว และไม่ถ่อมตัวอย่างสุดโต่ง จงเปิดเผยความสามารถของตัวคุณตามความเป็นจริงอย่างจริงใจ
------------------------------------------------------------------------------------------
[2]
- บางคนเชื่อว่าคนเราสามารถทำอะไรได้ทุกอย่าง ผมเองก็คิดเช่นนั่นมาตลอดนะ แล้วเห็นว่ามันเป็นความเชื่อที่ช่วยเพิ่มกำลังใจให้ตัวเราไม่น้อยเลย แต่หากหลงมัวเมากับความคิดนี้อย่างไม่ลืมหูลืมตา ไม่ได้มองเลยว่าตัวเองมีข้อจำกัดส่วนตัวมากแค่ไหน เช่น สุขภาพ ฐานะ อายุ ฯลฯ เช่นนี้ ความเชื่อที่ดูเหมือนยาเทวดาช่วยรักษาโรคนี้จะแปรเปลี่ยนเป็นยาพิษในทันที ทั้งฆ่าตัวคุณ ทั้งฆ่าเวลา ดังนั้น การจะตั้งเป้าอะไรก็ตาม ต้องดูขีดความสามารถของตนเองด้วย การมีความฝันเป็นสิ่งที่ดี แต่ความฝันที่เป็นไปไม่ได้ ก็กลายเป็นฝันร้ายมาทำลายจิตใจของคุณเหมือนกัน ไม่ใช่หรือ?
ดังนั้นแนวทางแก้ไขคือ ต้องรู้จักตัวเอง รู้ขีดความสามารถของตัวเองและประเมินออกมาอย่างซื่อสัตย์ตรงไปตรงมา ถ้าเป้าหมายที่ตั้งไว้ ไม่ไกลเกินเอื้อม ก็ให้ลงมือทันที และจงอย่าตั้งเป้าหมายที่เป็นไปไม่ได้!!
อันนี้เป็นความคิดส่วนตัวผมนะ - เวลาดูรายการค้นฟ้าคว้าดาว เราจะเห็นเด็กๆวัยรุ่นมากมายที่มีความใฝ่ฝันอยากจะเป็นนักร้อง บางคนก็มีความสามารถ จะพรสวรรค์หรือพรแสวงก็ตาม ถ้าสามารถไปยืนในจุดที่ตนเองต้องการได้ ก็ดีไป แต่เมื่อมีผู้สมหวัง ก็ต้องมีผู้ผิดหวัง จริงไหม? มีคนจำนวนมากที่ความสามารถยังไม่ถึงเกณฑ์แต่เพราะมีความฝัน หรือเพราะใจรัก เขาจึงยังพยายามต่อไป เพื่อให้ถึง "จุดนั้น" ไอ้ความพยายามน่ะเป็นสิ่งที่ดีก็จริงอยู่ แต่ผมคิดว่า ถ้าประเมินความสามารถตัวเองอย่างซื่อสัตย์ แล้วพบว่า ความสามารถยังอีกห่างไกลจากความเป็น "ดาว" มาก... ก็จะมีทางเลือกปรากฎขึ้น 2 ทาง
ทางแรก : พยายามมันต่อไป
อีกทาง : เลิกแล้วไปทำอย่างอื่นเถอะ
ผมคิดว่า ถ้ารู้ขีดความสามารถตัวเองแล้ว ควรจะเลือกข้อ 2 นะ เอาเวลาที่จะเอาละลายทิ้งนั้น ไปศึกษาเพื่อประกอบวิชาชีพที่มั่นคงในอนาคตดีกว่า ความฝันเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าบูชาอย่างไม่ลืมหูลืมตาแล้วละก็ ผมก็มองหาความดีของมันไม่เจอเหมือนกัน
เอ๊ะ แล้วผมพิมพ์อะไรมาอีกนี่ ไปตัวอย่างข้อต่อไปดีกว่า
------------------------------------------------------------------------------------------
[3]
- เคยได้ยินคำว่า ความดีสามารถเอาชนะความชั่ว/ธรรมะย่อมชนะอธรรม ไหมครับ? คาดว่าคงผ่านคู่กันมาบ้างละน่า อาจจะในการ์ตูน เวลาท่านผู้กล้าจะปราบเหล่ามาร อะไรเทือกนี้ มาคิดดูดีๆ ในโลกของความเป็นจริง ในยุคเศรษฐกิจบัดสบนี้ ประโยคดังกล่าวจะเป็นจริงมากแค่ไหนกันหนอ
จากในหนังสือได้ยกตัวอย่างกรณี สามีตบตีภรรยาอย่างไม่เป็นธรรม ตัวภรรยาเองก็เป็นคนดีเสียเหลือเกิน เชื่อว่า ความดีของเธอจะสามารถเปลี่ยนนิสัยของสามีได้ เมื่อคิดได้เช่นนั้นเธอจึงพยายามทำงานบ้านให้ดีกว่าเดิม ปรับปรุงฝีมือทำอาหาร ฯลฯ เพื่อให้บ้านมีบรรยากาศอบอุ่นแล้วสามีจะได้ยุติพฤติกรรมดังกล่าวลง ซึ่งเป็นความคิดที่ ผิดมหันต์!!!! ลองพิจารณาในมุมมองของสามีดูสิ ยิ่งทุบตีภรรยามากเท่าไร ภรรยาก็ยิ่งทำตัวดีขึ้น!!!??? โอ้ พระเจ้าจอร์จ แล้วแบบนี้ถ้าคุณเป็นสามีล่ะ จะทำอย่างไร ก็ทุบตีต่อไปเด่ ยิ่งทุบตี ภรรยาก็ยิ่งพัฒนาตัวเองดีขึ้นนี่หว่า อืม...สงสารภรรยาจังวุ้ย !!!
ดังนั้น เราจะต้องไม่ส่งเสริมพฤติกรรมชั่วช้า ของผู้อื่น อย่ายอมให้ใครมารังแกได้ ความโหดร้ายสมควรได้รับการตอบโต้ด้วยพฤติกรรมที่เหมาะสม
3 ข้อพอ เลขสวย
เหมือนพระรัตนตรัยที่มีองค์ 3 [เฮ่ย ไม่เกี่ยว =[]=]
ก่อนไปขอฝากคำคม
ผักใบเขียวมีประโยชน์ต่อร่างกายคุณฉันใด
หนังสือสีเขียวเล่มนี้ก็มีประโยชน์ต่อจิตใจของคุณ ฉันนั้น
[คิดไปได้วุ้ย]
ป.ล. ผมไม่ได้มีส่วนได้เสียกับสำนักพิมพ์นะครับ แค่อยากแนะนำหนังสือดีๆ มนุษย์หลายคนจะได้คิดถูกทางเสียที คือแบบว่า บางครั้งผมก็เบื่อคนบางประเภทนะ อยากให้มันรู้สึกตัวแล้วปรับปรุงตัวบ้าง =[]=

