ประสบการณ์ผ่าตัดครั้งแรกของข่อย =o=
posted on 25 Mar 2009 18:29 by r-kira in MyLife
มาเล่าสู่กันฟังครับ เป็นประสบการณ์ที่หลายๆคนอาจไม่เคยได้สัมผัส หรือ อาจมิได้สัมผัสไปตลอดชีวิตเลยก็ได้
ก็พ่อผม ปาเข้าไป 60 แล้วยังไม่เคยเข้าห้องผ่าตัดเลยนี่~
ตำแหน่งก็ ตรง จุ๊กกุแร้ กับ ต้นแขนครับ
ไปผ่าเอาก้อนไขมันอุดตันออก (หมอบอกว่าอาจไม่ใช่ซีส เพราะถ้าเป็นซีสมันจะไม่เจ็๋บ)
ผมอยู่กับมันมาจนลืมแล้วว่าเริ่มเป็นตั้งแต่เมื่อไร วันดีคืนดีมันก็บวมเป่งเกือบเท่าลูกกอล์ฟเจ็บจนแทบหุบแขนมิได้ (ส่วนใหญ่จะบวมช่วงสอบ... สงสัยคงสัมพันธ์กับระดับความเครียด) สักพักมันก็ยุบลงไป เมื่อก่อนเวลามันยุบมันจะหายไปเลย
แต่หลังๆนี้ มันมีแค่ แป่งมาก กับ แป่งน้อย เท่านั้นเอง สรุปคือมันไม่ยอมยุบแล้ว (งงเปล่าเนี่ย!?)
ช่วงเดือนตุลาที่ผ่านมา ผมไปหาหมอที่ รพ.เอกชนแห่งหนึ่ง กะจะผ่าซะหน่อย แต่พอทราบค่าใช้จ่ายแล้ว
หมอว่า ถ้าฉีดยาชาแล้วผ่า จะเป็นผ่าตัดเล็ก (และจะยังรู้สึกตัวตลอดเวลา) ค่าใช้จ่ายประมาณ 20,000 - 30,000 บาท
แต่ถ้ากลัวเจ็บ ต้องผ่าตัดใหญ่ คือ รมยาสลบไปเข้าเฝ้าพระอินทร์เลย เวลาผ่าจะไม่รู้สึกตัว แต่ค่าใช้จ่าย 50,000 บาท อัพ
เอาเงินมาผ่าก้อนไขมันผมออกหรือนี่!!!
แม่เลยแนะให้รอประกันดีกว่า เพราะเพิ่งทำ มันต้องรอเวลาตามสัญญาถึงจะเบิกได้
ผมก็รอครับ รอ รอ รอ มันก็ แป่ง แป่ง แป่ง สร้างความรำคาญและรันทดใจให้ผมเป็นระยะ
จนเมื่อต้นมีนาเดือน คุณน้าข้างบ้านแนะนำ รพ. ธนบุรี (ไม่ได้ค่าโฆษณานะเออ) บอกว่า พ่อเขาเป็นก้อนไขมันตรงเข่า ผ่าเสร็จ 2 วันวิ่งปร๋อ (ไม่ได้โม้แบบซาเลบเพื่อนโน้ส อุดม นะ เขาบอกว่าจริงๆ เพราะหมอดีมาก)
พอสอบเสร็จปิดเทอมเลยรีบไปหา โชคดีที่คุณน้านัดให้ครับ เพราะ
หมอคนนี้ท่าจะดีสมคำร่ำรือ คนไข้เยอะมากส์!!!
รอนานกว่าจะได้เข้าไปตรวจ แม้จะได้รับการขานชื่อให้เข้าไปในห้องแล้วก็ต้องนั่งรอในห้องหมออีก (แล้วเรียกตูเพื่อ??) เพราะหมอแก วิ่งตรวจหลายห้องเลยงะ
และแล้วหมอก็มา แกไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบเอ่ยคำว่า...
ต้องถ่างแขน เอ๊ย ยกแขนสินะ =[]=
ก็โดนตรวจไปตามระเบียบ ไอ้ก้อนไขมันบ้า มันมีผุดขึ้นมาใหม่ด้วยอ่ะ ก็ต้องผ่าออกไปทุกจุด
สรุป หมอว่าต้องผ่า ตรงรักแร้ 2 จุด ต้นแขน อีก 1 จุด
ไอ้ผมก็กังวัลเรื่องค่าใช้จ่ายครับ เลยถาม หมอบอก
แล้วไอ้ราคาของ รพ. แรกมันคืออาร๊าย ค่าแอร์คุณภาพดีกว่าเรอะ!!! บอกหมอคนนี้ไป หมอยังหัวเราะเลยว่าทำไมแพงจัง
ผมเลยตัดสินใจ ผ่าตัดเล็ก (ทนเจ็บ) เพื่อประหยัดงบของทางบ้าน
ที่จริงถ้ารอถึงเดือนพฤษภาจะเบิกประกันได้ แต่ไม่ไหวครับ เพราะช่วงนั้นผมคงต้องกลับไปมหาลัยแล้ว คงผ่าไม่สะดวกเพราะต้องพักฟื้นให้แผลหาย
ช่วงนี้เลยเป็นช่วงเวลาที่ผมสะดวกสุดแล้ว ถ้าปล่อยไปจะไม่ผ่าช่วงไหนละ ไหนผมจะต้องฝึกงานอีก ถ้ามันบวมขึ้นมาอีกก็แย่เดะ
เอามันออกป๊ายยยยยยย~ ( ̄A ̄)
ป.ล. วันตรวจ หมอไม่คิดค่าใช้จ่ายเลยสักบาท!! ผมงงเต็กเลยอ่า ก็ไอ้ที่ผมเคยไปตรวจ ไม่ได้ให้ยาอะไรเลยนะ แต่มันคิด 500 =[]= (ค่าไรเนี่ย ค่าเสียเวลา???)
(ที่จริงคุณน้าจะนัดวันที่ 26 ครับ แต่ผมไม่ไหวอ่า เพราะวันที่ 30 ก็ปฐมนิเทศน์ฝึกงานแล้ว (ประเด็นสำคัญกว่าคือ งานแคปซูลวันที่ 29 กร๊ากซ์ แต่ไม่ได้บอกไป เอิกๆ) เลยได้ 24)
คุณน้าบอกให้ใส่เกาะอกไปเผื่อ จะได้สะดวกเวลาผ่า บลาๆๆๆ ผมก็ทำตาม ใส่ไปแล้วใส่เสื้อเชิ้ตสีเทาทับเพื่อให้ถอดง่าย
ไปถึงเขาก็ให้วัดความดันแล้วเซ็นท์ยินยอมผ่าตัด ให้พ่อเซ็นท์เป็นพยาน (มันคงมีผลทางกฎหมายแหละ เผื่อคนไข้ตายขึ้นมา จะได้ไม่ต้องรับผิด มั้งนะ ="=) แล้วก็เอาป้ายชื่อมาผูกติดกับแขน จากนั้นก็มีนางพยาบาลพาไปยังห้องผ่าตัด
ไอ้ผมไม่เคยผ่าตัดมาก่อนเลย ไอ้ฟันคุดที่ผ่านมาก็ไม่ใช่ "ผ่า" แต่แค่ "ถอน" ออกเพราะรากฟันผมมันตรง (โอ้ คนมีบุญ~!) แต่ก็มีขูดๆเล็กน้อยเพราะหมอบอกว่ารากมันไม่ได้ตรงอย่างที่คิด (อ้าว ไรเนี่ย ="=)
กลัวเจ็บสุดๆเลยครับ ขนลุกตลอดเวลา บึ๋ยๆๆๆ
พอมาถึงห้องผ่าตัด ก็มีป้ายอยู่ด้านบนเขียนว่า "ผ่าตัดเล็ก" อ่านแล้วรู้สึกโล่งใจขึ้นมาเปราะหนึ่ง กับไอ้คำว่า "เล็ก" นี่แหละ เฮ่อ~ ภาษาคนเรานี่ก็มีผลต่อจิตใจเยอะเลยนะเนี่ย (ถ้ามันเป็น "ผ่าตัดมโหราฬ" นี่จะรู้สึกยังไงหว่า ="=?)
เปิดประตูเข้าไปก็มีป้าพยาบาลหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส เอ่ยทักทายว่า
ถ่างขา ถ่างขา
เย้ย!! โอเคคร๊าฟ ผมจะไม่เลยมุกนี้แล้ว~~~ ="=
ป้าเขายิ้มแย้มดูเป็นกันเองดี หลังวัดความดันเสร็จก็บอกให้ไปเปลี่ยนชุดซะ เสื้อในถอดให้หมด กางเกงในไม่ต้องถอดก็ได้ (เฮ่อ โล่งอก กร๊าก) ไม่ต้องกลัวโป๊ เพราะมีผ้าปิดอยู่แล้วเวลาผ่า บลาๆๆ
ผมก็โล่งใจ เข้าไปเปลี่ยนเสื้อในห้อง แล้วผมก็ประสบปัญหาเข้าอีกจนได้คือ
ก็ปล้ำกับมันอยู่นาน ในที่สุดก็ใส่ได้ ตอนแรกใส่ออกมาถามป้า ป้าบอกใส่กลับด้านนะลูก แป่ววววว ก็เก็บเศษหน้าที่แตกแล้วเข้าไปใส่ใหม่ ใส่เสร็จส่องกระจกดู....ทำไมมันคล้ายๆชุดคลุมของเกาหลีหว่า ฮ่าๆๆ
เกาหลีอยู่ได้ไม่นาน ป้าก็เอาหมวกคลุมผมมาให้ใส่เก็บผมให้หมด ="=
แล้วป้าแกก็พาเข้าห้องผ่าตัด เฮือก ห้องมันหนาวเหน็บมาก เตียงสีเขียวเข้มวางสง่าอยู่กลางห้อง เครื่องฉายไฟ อุปกรณ์ต่างๆเหมือนในหนังเลย ในห้องมีนางและบุรุษพยาบาลอยู่เต็ม แล้วเขาก็ให้ผมขึ้นเตียง...
พอขึ้นไปนอน ก็ถอดแว่นหาที่วาง แล้วเหล่านางพยาบาลก็รุมทึ้งผม จัดการเอาเครื่องวัดความดันมา (อีกแล้วหรือวะเนี่ย =[]=) มาพันต้นแขนแล้วเอามาสวมนิ้วผมด้วย แล้วมันก็บีบๆปล่อยๆแบบนั้นตลอดช่วงผ่าตัดเลย (โคตรอึดอัดง่า)
แขนอีกข้างที่จะโดนผ่าในวันนี้เขาก็ทำความสะอาด เช็ดจนแห้ง จากนั้นก็เอาผ้าเขียวคลุมตัวผมหมดเลย เหลือแต่แขนข้างที่จะผ่าให้หายใจเท่านั้น แล้วก็มีคนเอาอะไรมาแปะตรงขาผมด้วย มันเย็นๆเหมือนเจลเย็น พอแปะแล้วก็บอกว่า
แล้วมีมาพูดให้กำลังใจผมด้วยนะ
แล้วผมก็ได้ยินพวกเขาคุยกันเอง ตอนแรกผมจำไม่ได้ว่าอะไร แต่ไอ้ประโยคท้ายนี่สิ
โดราเอม่อน ช่วยด้วยยยยยยยยยยยยยย T[]T
ตอนนั้นจิตตกเลยครับ ฟังอะไรก็คิดมาก ฟุ้งซ่านเพ้อเจ้อไปหมดแล้ว
เขาพูดว่าผ้าขนหนูผืนใหญ่ ก็ฟังเป็นหลอดฉีดยาขนาดใหญ่ บลาๆๆๆ อ๊าก ตอนนั้น กำลังใจเป็นศูนย์เลยครับ กลัวมากๆ ถึง มากที่สุด
ตอนนั้นเลยพยายามหาอะไรมาปลอบใจตัวเอง
เวลาน้องปอยผ่าตัดแปลงเพศเจ็บกว่านี้อีก ต้องนอน รพ ด้วย
เวลาโน้ส อุดม โดนสุหนัด... (อันนี้คิดถึงบ่อย ฮา)
เวลาเอ็ดเวิร์ดเชื่อมเส้นประสาทเข้ากับออโต้เมล
(คิดไปถึงการ์ตูนเลยวุ้ยตู)
หมอไม่มาสักที เหล่านางพยาบาลก็นินทาหมอกันใหญ่เลยวุ้ย แล้วไม่นาน ก็มีเสียงผู้ชายแทรกเข้ามา... ตอนแรกนึกว่าเป็นบุรุษพยาบาล เพราะเสียงไม่แก่มาก แต่พอเริ่มมาจับๆแขนผม...
ท่าจะใช่แฮะ ตัวจริงเลย
หมอไม่พิรี้พิไรให้เสียเวล่ำเวลา แกบอกว่า "ถ้าเจ็บให้บอกนะ ห้ามยกแขนล่ะ" แล้วแกก็กดตรงก้อนไขมันผมอย่างแรง (ว๊ากกกกกกกกกกก เจ็บว้อยยยย : ผมบ่นในใจ)
แล้วหมอแกก็บอกง่า ฉีดยาชา เจ็บหน่อยนะ แล้วก็จิ้มลงมาเลย
แล้วมันก็เริ่มๆชา ชาเร็วมาก ไม่ต้องรอแบบโน้ส อุดมตอนสุหนัดเลย แล้วหมอแกเริ่มการผ่าตัดในทันที
ถ้าถามว่ารู้สึกยังไงตอนหมอผ่า ผมบอกได้แต่ว่า ไม่รู้งะ มันแค่รู้สึกตึงๆ เหมือนเวลาหมอถอนฟันอ่า เพราะมันชาไปหมดเลย
แต่ใจผมนี่สิ ดันจินตนาการไปเองว่าตอนนี้หมออยู่ในขั้นตอนไหนแล้ว สภาพที่แหวะออกมาจะเป็นยังไง?
คิดเอง เสียวเอง ว่างั้นแหละ ขาผมสั่นไปหมดเลยอ่า เมื่อคิดว่าตอนนี้หมอกำลังทำอะไรอยู่
สรุป โดยรวมไม่เจ็บนะ แต่เสียวแล ="=
แต่มีอยู่ตอนนึงหมอทำอะไรไม่รู้ เจ็บมาก มันเป็นความเจ็บปวดในระดับที่ผมไม่เคยประสบมาก่อน เลยบ่นออกมา หมอแกก็เบามือลง (สงสัยผ่ามันส์ในอารมณ์เกินแฮะ)
นอนอยู่แบบนั้นนี่ไม่รู้เลยจริงๆนะ ว่าหมอแกทำถึงขั้นตอนไหนแล้ว เย็บแผลหรือยัง ทำไปกี่จุดแล้ว
มารู้เอาตอนที่หมอบอกว่า "ตรงนี้ด้วยใช่ไหม" แล้วเอาอะไรเย็นๆมาจิ้ม ซึ่งตรงนั้น ยังไม่ชาเลย ก่อนที่ผมจะพูดอะไร หมอก็จิ้มลงไปตรงนั้นอย่างแรง
หมอเลยบ่น "อ้าว งั้นฉีดยาชาหน่อยละกัน" แล้วแกก็ฉีดปื๊ดๆ
และนึกขอบคุณนักวิทยาศาสตร์ ที่ผลิตยาชาออกมา
แล้วแกก็เริ่มผ่าจุดที่ 2
ไม่นานหมอก็ยกแขนผมขึ้น ทำให้พอเดาได้ว่า ไอ้ 2 จุดนั้นเสร็จหมอไปเรียบร้อยแล้ว (เย้~ มันไปแล้ว ออกไปเลย อย่าขึ้นมาอีกนะ ชิ๊วๆๆๆ)
แล้วหมอก็ฉีดยาชาจุดสุดท้าย แล้วเริ่มจัดการกับมัน
ระหว่างทำ มีหน้าพยาบาลก้มลงมาดูหน้าผมด้วยอ่า (ไอ้ผ้าที่ปิดมันมีช่องเล็กน้อย คงมีไว้ให้หายใจ หึหึ)
ผมก็เผลอขำหน้าพวกเขาอ่า แล้วพวกเขาก็ไปเม้าท์กัน
ตูไม่ใช่พวกมาโซคิสนะว้อยยยย =[]=~
ดูเหมือนจะเสร็จเรียบร้อยโรงเรียนคุโรมาตี้แล้ว เหล่าพยาบาลเข้ารุมแขนผมอีกครั้ง ล้างแผล + เช็ด + ใส่ผ้าพันแผล + เอาผ้าคลุมออก
ผมขอหมอดูไอ้ก้อนไขมันเจ้ากรรม หมอก็เอามาให้ดู
มันเหมือนก้อนชีทใส่ซอสมะเขือเทศเลยแฮะ (อธิบายแแบนี้เห็นภาพม้า~)
ก่อนจะเข็นออกจากห้อง ผมขอแว่นคืนครับ พวกนางพยาบาลก็แซวกัน
อีกคนบอก
"อ่า ใส่แล้วดูแก่เลย ตะกี้ยังดูเด็กอยู่แท้ๆ"
="=
เอ๊า สาวกสาวใส่แว่น กับ สาวกสาวพยาบาล
พวกเขาเข็นผมออกจากห้อง ในใจก็แอบนึกตื่นเต้น ที่ได้มาเป็น "ผู้อยู่บนเตียงที่ถูกเข็น" เหมือนในหนัง ฮ่าๆ
แล้วเขาก็เข็นผมไปห้องพักครับ ในห้องมีคนไข้อีกหลายเตียงนอนอยู่บ้างก็ร้องโอดโอยๆ บ้างก็นอนนิ่งๆ แต่ทุกคนดูมีอายุกันทั้งนั้น
เขาเอาเครื่องวัดความดันอะไรนั่นมาใส่ผมอีกแล้ว มันบีบๆคลายๆให้อึดอัดเล่นเป็นระยะๆ
แล้วผมก็ถูกปล่อยให้นอนอยู่อย่างนั้นประมาณครึ่งชี่วโมงได้ (ฮือ เหมือนเป็นลูกเมียน้อยเลยวุ้ย)
แล้วหมอก็นัดวันฟังผลตรวจไอ้ก้อนไขมัน แล้วกำชับว่าให้ยกแขนเอาไว้จะได้ไม่อับชื้น (ทำยากเหอะ ="=)
และอย่าโดนน้ำ
ดังนั้น ไม่ให้อาบน้ำ ให้เช็ดตัวอย่างเดียว
แล้วนัดมาดูแผลวันที่ 28 นี้
กว่าจะถึงวันนั้น ผมคงเหม็นเปรี้ยว เน่าไปแล้ว กร๊าก~
แล้วเขาก็ปล่อยให้ไปเปลี่ยนเสื้อกลับบ้านได้
พอเห็นภาพแขนตัวแขนในกระจก
คือเขาพันผ้าไว้หนามากส์ ตรงบริเวณหัวไหล่ ถึงครึ่งศอก...
จากนั้นบุรุษพยาบาลก็ให้ผมนั่งรถเข็น ผมก็งง ต้องนั่งด้วยหรือ เขาก็พูดเสียงจริงจังว่า ต้องนั่งครับ
เอาวะ นั่งก็นั่ง ไม่เคยนั่งมาก่อนเลย ฮ่าๆๆๆ
แล้วเขาก็เข็นลงมาส่งข้างล่าง...
ตอนนี้ผมก็ยังคงต้องอ้าแขนอยู่ตลอดเวลา ="=
ตอนนี้ได้แต่ภาวนา ให้แผลหายดีก่อนวันเสาร์ เพราะมีมิตติ้งเพื่อนสมัยประถม ="=
งานแคปซูนวันอาทิตย์อีกอะ ไม่งั้นสงสัยได้คอสท่านฮิไปแน่เลย โพสแต่ท่านี้ ฮ่าๆๆๆ
ป.ล. หมอให้ยามาด้วย เป็นยาแก้อักเสบ กับแก้ปวด
ไอ้ยาแก้ปวดมีหมายเหตุมาด้วยว่า
ผมก็งงว่า "ง่วงซึน" มันเป็นไงหว่า???
ป.ล.2 พอต้องมาใช้มือข้างเดียวแล้วทำให้รู้เลยว่า ตัวเองโชคดีกว่าคนอื่นๆเยอะ ที่ยังมีมือครบทั้ง 2 ข้าง ก่อนหน้านี้ผมนึกน้อยใจมาตลอดว่าทำไม ผมต้องมีโรคภัยเล็กๆน้อยๆแบบนี้ด้วย
ป.ล.3 วันนี้ทำตัวไร้ค่ามาก นอน นอน นอน แล้วเอาไททานิคมาดูอีกรอบ ดูรอบนี้แล้วคิดอะไรได้มากกว่าตอนเด็กๆเยอะเลย ทั้งเรื่องผลของความประมาท สังขารที่ไม่เที่ยง การแบ่งชนชั้นที่ดูไม่เป็นธรรมเอาเสียเลย แต่มีข้อนึงที่ตะหงิดๆใจ ตรงการกระทำของนางเอก
นางเอกเลือกความสุขของตัวเองแฮะ จริงอยู่ตามสถานการณ์ในเรื่องผมเห็นด้วย แต่อีกใจ มันรู้สึกขัดแย้งแฮะ เฮ่อ ชีวิตคนเรา ก็พูดยากอาเน้อ =[]=
บายครับ
โอม จงหาย จงหาย
โลกนี้มี 2 ด้านเสมอ (●︿● ) ( ●︿●)





ดูแลสุขภาพดีๆ นะ^^
#1 By ballz1983-ประธานชมรมเชียร์ on 2009-03-25 18:59