[JW5][เรื่องสั้น]ปีกของผม

posted on 11 Jun 2009 21:05 by r-kira  in MyLife

เรื่องสั้นเรื่องแรกในชีวิตเลยมั้ง (ถ้าไม่รวมเรียงความสำนวนอนุบาลทั้งหลาย)

ไม่ได้เพิ่งแต่ง แต่แต่งมานานหลายเดือนแล้ว สำนวนไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แถมยังหาจุดมุ่งหมายของการแต่งไม่ได้ เหมือนคิดอะไรออกก็แต่งไปเรื่อยๆ =[]=

 

ยังไงก็ติชมกันได้นะครับ

 

================================================

ปีกของผม

 

                นานมาแล้วเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ชื่อว่า โซระ

 

 

                ไม่รู้ว่าเพราะชื่อนี้หรือเปล่านะ? เจ้าหนูโซระถึงได้ชอบแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าบ่อยๆ

 

 

และบ่อยครั้ง ที่เขามักเอ่ยถามพ่อกับแม่ด้วยนัยน์ตากลมโตเป็นประกายว่า

 

 

พ่อฮะ แม่ฮะ ทำยังไงผมถึงจะบินได้ฮะ ผมอยากบินขึ้นไปบนท้องฟ้า บินขึ้นไปจับปุยเมฆ มันเหมือนขนมสายไหมมากๆเลย พ่อฮะ แม่ฮะ มันจะหวานเหมือนสายไหมมั้ยฮะ โซระถามพ่อแม่เสียงใส แต่คำตอบที่ได้รับก็เหมือนกันทุกครั้ง

 

 

นี่แน่ะ โซระจ๊ะ คนเราบินไม่ได้หรอกนะลูกแม่อมยิ้มกับจินตนาการของลูก พลางลูบศีรษะเบาๆ

 

 

ทำไมละฮะ ทีนกยังบินได้เลย นกก็มีชีวิตเหมือนพวกเรานี่นาเจ้าตัวน้อยยังคงเถียงต่อไป

 

 

ฮะๆๆ ลูกเอ๊ย ก็คนเรามีปีกเหมือนนกซะที่ไหนกันเล่า ฮ่าๆๆ ไปทำการบ้านเถอะลูกพ่อซึ่งนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ เงยหน้าขึ้นสอนกลั้วหัวเราะ ทำเอาเด็กน้อยถึงกับทำหน้ายู่ยี่เลยทีเดียว

 

 

ไม่เอา!! ผมจะบิน คอยดูนะ ผมจะบินให้ดู!!“ สิ้นคำ โซระก็วิ่งออกจากบ้าน ถีบประตูบ้านปิดเสียงด้วยด้วยความโกรธตามประสาเด็กๆ เขาเดินเรื่อยเปื่อยออกมาจากบริเวณบ้าน แล้วล้มตัวลงนอนบนพื้นหญ้าสีเขียวนุ่มๆ พลางแหงนมองท้องฟ้าสีครามกว้างสุดลูกหูลูกตา มีปุยเมฆสีขาวบริสุทธิ์จำนวนมากลอยเคลื่อนที่อย่างช้าๆ

 

 

อยากเห็นมันใกล้ๆ

 

 

อยากสัมผัสมัน

 

 

อยากโอบกอดมันไว้

 

 

แต่ถ้าเป็นไปได้ อยากจะนอนกอดมันทั้งคืนเลย มันคงให้ความรู้สึกนุ่มและอุ่นสบายแบบที่ตุ๊กตาทั้งโลกไม่สามารถให้ได้

 

 

คิดดังนั้นแล้วโซระก็เอื้อมมือหวังจะไขว่คว้าจับต้องปุยเมฆเหล่านั้น แต่เอื้อมเท่าไหร่ ก็ไม่สามารถสัมผัสมันได้เลย

 

 

น่าเศร้าเหลือเกิน

 

 

นัยน์ตากลมโตเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา

 

 

เขาร้องไห้ น้ำใสๆไหลรินหยดแล้ว หยดเล่า เขาปาดน้ำตาครั้งแล้ว ครั้งเล่า

 

 

ผมอยากมีปีกเขาคิด

 

 

ผมอยากมีปีก!!!“ และตะโกนออกมา

 

 

แล้วเสียงของเขาก็ถูกสายลมยามเย็นพัดพาไป

 

 

 

 

 

มันไม่น่าเป็นไปได้เลย

 

 

มันอาจเป็นฝันก็ได้ ถ้าเขาไม่รู้สึกเจ็บเมื่อหยิกแก้มตัวเอง และเห็นดาวหมุนวนรอบหัวเมื่อโขกหน้าผากกับกำแพง

 

 

โซระถอดเสื้อออกแล้วเอื้อมมือไปลูบสิ่งที่ติดอยู่กับหลังของเขา สัมผัสอ่อนนุ่มเหมือนขนนก เขารีบหยิบกระจกบานเล็กมาส่องสะท้อนกับกระจกบานใหญ่เพื่อมองให้ชัด

 

 

ปีกสีขาวบริสุทธิ์ขนาดเล็กงอกออกมาจากหลังของเขา มันเหมือนปีกของนางฟ้าในหนังสือนิทานอย่างไม่ผิดเพี้ยน

 

 

พ่อกับแม่คงแกล้งเอามาติดให้ดีใจเล่น

 

 

เขาคิดเช่นนั้น พลางพยายามเอื้อมมือไปดึงปีกออก ด้วยคิดว่าอาจติดด้วยสก็อตเทปหรือกาวสองหน้าเป็นแน่ แต่

 

 

เขาเจ็บความรู้สึกเหมือนมีคนมากระชากแขนของเขาเลย

 

 

เขาตกใจมาก พ่อและแม่ต่างก็ตกใจจนพูดไม่ออกเหมือนกัน

 

 

มีปีกถ้าเช่นนั้นผมก็สามารถบินได้แล้วนะสิ สามารถสัมผัสกับปุยเมฆเหล่านั้นที่ผมโหยหามานานแสนนาน

 

 

พรุ่งนี้ล่ะ!!! ผมจะบินรอก่อนนะ ปุยเมฆของผม   

 

 

เขาคิด ก่อนจะหลับปุ๋ยด้วยรอยยิ้ม

 

 

 

 

 

รุ่งขึ้น

 

 

โซระยืนอยู่กลางทุ่งหญ้าเขียวชอุ่ม สายลมพัดแรงจนต้นหญ้าไหวลู่ตามลมไปทางเดียวกัน

 

 

เขาแหงนมองไปยังท้องฟ้าอีกเพียงอึดใจเดียวเท่านั้น เขาจะไม่ต้องแหงนมองมันอีกต่อไปแล้วเขากางแขนออก ปีกของเขาก็กางออกเช่นกัน โชคดีที่แม่ของเขาได้จัดการเย็บเสื้อของเขาให้เหมาะสำหรับการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายของเขา ไม่เช่นนั้น ลูกชายแสนซนคนนี้อาจเป็นหวัดเอาก็ได้

 

 

โซระสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วเริ่มต้นวิ่ง เขาวิ่งเร็วขึ้น เร็วขึ้น จนขาของเขาแตะไม่ถึงพื้นแล้ว

 

 

ใช่แล้ว!! เขากำลังลอยตัวอยู่ ปีกของเขากระพือไหวเป็นจังหวะ

 

 

เขาก้มหน้ามองพื้นเบื้องล่างมันค่อยๆไกลออกไป ไกลออกไปเรื่อย ตรงข้ามกับปุยเมฆเหล่านั้น ที่เขาเข้าใกล้ขึ้น ใกล้ขึ้นเรื่อยๆแล้ว

 

 

ฝันของโซระกำลังจะเป็นจริง เขากำลังจะได้สัมผัสกับปุยเมฆที่เขาใฝ่ฝันถึงมาโดยตลอด

 

 

แต่แล้วเขาก็ชนกับอะไรบางอย่าง เข้า

 

 

อะไรบางอย่างนั้น ร่วงหล่นลงสู่เบื้องร่างทันที โซระจึงเปลี่ยนทิศทาง บินดิ่งตามสิ่งนั้นลงไปด้วย และเมื่อเท้าของเขาสัมผัสกับผืนหญ้า เขาก็พบ สิ่งนั้น

 

 

มันคือนกกระจิบตัวน้อยมันบาดเจ็บที่ปีก

 

 

มันดูตกใจ และลนลาน พยายามจะโผบินขึ้นอีกครั้ง แต่ก็ทำได้แค่กระโดดหยองๆ

 

 

โซระทำอะไรไม่ถูกเลย เขารู้สึกผิดขึ้นมาทันที เขาน่าจะบินอย่างระมัดระวังมากกว่านี้ แทนที่จะดีใจกับฝันที่กำลังจะเป็นจริงจนไม่ลืมหูลืมตา

 

 

นกตัวน้อยผู้น่าสงสารส่งเสียงแปลกๆออกมา ไม่รู้ว่าเขาคิดไปเองหรือเปล่านะ เขามองเห็นว่าดวงตากลมเล็กตรงหน้าทะลักไปด้วยน้ำตา

 

 

มันไม่สามารถบินได้อีกต่อไปแล้วท้องฟ้าที่มันรัก มันไม่สามารถสัมผัสได้อีกต่อไป นี่มันน่าเศร้ามากเลยไม่ใช่หรือ มันน่าเศร้ากว่าเขามากเลยนะ

 

 

 เจ้านกน้อย มีปีกบินได้อยู่แล้วตามธรรมชาติ มันคงรู้สึกผูกพันกับท้องฟ้า ผูกพันกับปุยเมฆและสายลม ในวันนี้มันไม่สามารถบินได้อีกต่อไปแล้ว ทำได้แค่แหงนมองเท่านั้น แหงนมอง ท้องฟ้า และปุยเมฆที่มันเคยอยู่ด้วย

 

 

มันน่าเจ็บปวดมากเลยไม่ใช่เหรอ

 

 

ไม่เหมือนเขา ที่ได้แต่แหงนมอง ได้แค่มองเท่านั้นจริงๆ ไม่ได้รู้สึกผูกพันแบบเจ้านกน้อย เพราะไม่เคยได้สัมผัสจึงไม่อาวรณ์

 

 

ตอนนี้โซระรู้สึกสับสน ความกลัวมากมายโถมเข้าใส่จิตใจดวงน้อยของเขา

 

 

ถ้าเขาบินเขาได้สัมผัสได้กอดมัน ความรู้สึกผูกพันก็ก่อเกิด

 

 

แล้วถ้าวันนึงเขาต้องอยู่ในสภาพเดียวกับเจ้านกตัวนี้ล่ะ? เขาจะทำยังไง เขาจะทนรับความทรมานเหล่านั้นได้ไหม? เมื่อไม่สามารถสัมผัสกับมันได้อีก

 

 

เขากลัวกลัวความผูกพันที่จะบังเกิด กลัวจะไม่ได้สัมผัสกับมันอีก เขากลัวกลัวเหลือเกิน

 

 

 

 

 

โซระยืนอยู่ตรงนี้อีกแล้ว ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ไพศาล เขาสวมเสื้อที่แม่ทำให้ ปีกสีขาวคู่สวยยังคงดำรงอยู่

 

 

เขาเริ่มก้าววิ่ง วิ่งเร็วขึ้น และเร็วขึ้น แต่เมื่อขาของเขาพ้นจากพื้นหญ้า เขาก็ล้มลง

 

 

 

 

 

เขาไม่กล้าที่จะบิน

 

 

 

 

 

เขาทำเช่นนี้อีกหลายครั้งนับไม่ถ้วน แต่ผลก็เป็นเหมือนเดิม เขาปล่อยให้ความกลัวเข้าครอบงำจิตใจ จึงได้แต่แหงนมองท้องฟ้า และปุยเมฆที่เขาปรารถนาอยู่เช่นนั้นต่อไป

 

 

 

 

 

และในวันนี้

 

 

โซระอายุ 80 ปี ก็ยังคงยืนอยู่ที่เดิม ปีกสีขาวบริสุทธิ์ที่เขาเฝ้าถนอมยังคงดำรงอยู่สมบูรณ์ เพียงแต่ส่วนต่างๆของร่างกายได้เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขายังคงแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าทุกเวลาที่มีโอกาส

 

 

เขากางแขนสูดอากาศบริสุทธิ์เช้าปอด แล้วเริ่มวิ่งวิ่งวิ่ง

 

 

เขาตัดสินใจอย่างเด็ดขาดแล้ว ว่าจะบิน เพราะเวลาของเขาเหลือไม่มาก ก่อนที่เขาจะจากโลกนี้ไป อยากจะสัมผัสมันสักครั้ง ปุยเมฆสีขาวบริสุทธิ์แลดูนุ่มเหมือนขนมสายไหม ขอสักครั้งเถอะ

 

 

รอฉันก่อนนะ ปุยเมฆที่รัก

 

 

โซระแหงนมองพลางยิ้มอย่างอิ่มเอมใจ เขาเร่งฝีเท้าเร็วขึ้น เร็วขึ้น

 

 

โชคร้ายเหลือเกินที่เขามัวแต่แหงนมองท้องฟ้า จนมิได้สังเกตเห็นก้อนหินขนาดใหญ่เบื้องล่าง

 

 

เขาสะดุดก้อนหินล้มลงก่อนที่จะได้โผบิน ก่อนที่จะได้สัมผัสกับปุยเมฆที่เขาปรารถมาโดยตลอด

 

 

และสิ้นใจ

 

 

 

 

 

น่าเสียดายเหลือเกินที่เขาตัดสินใจช้าเกินไป

 

 

มิเช่นนั้นเขาคงได้สัมผัสกับมันไปแล้วปุยเมฆที่เขาเฝ้ามองมาโดยตลอด

 

 

เขาคงได้กอดมัน ได้เป็นเพื่อนกับมัน ได้เคลื่อนตัวไปพร้อมๆกับมัน ด้วยปีกนี้

 

 

เขาคงมีความสุขไม่น้อยเลย

 

 

แม้ในวันหนึ่งเขาอาจต้องเสียปีกไปจริงๆ เหมือนเจ้านกน้อยตัวนั้น

 

 

แต่ความทรงจำที่ดีล่ะ? มันยังคงอยู่กับเขาไม่ใช่เหรอ?

 

 

การที่เขากลัวจนไม่กล้าบิน ไม่อยากสัมผัสเพราะไม่อยากผูกพัน จริงอยู่เขาสามารถป้องกันความโศกเศร้าจากความอาวรณ์ได้

 

 

แต่นั่นคือความสุขที่แท้จริง อย่างนั้นหรือ?

 

 

เขายังคงได้แต่แหงนมองอยู่อย่างนั้น ด้วยความรู้สึกโหยหา

 

 

นี่หรือความสุข ?

 

 

 

 

 

แต่อย่างไรก็ตามโซระ เด็กหนุ่มที่เต็มไปด้วยความฝันคนนั้น ได้จากโลกนี้ไปแล้วอย่างไม่มีวันกลับ เขาป้องกันความเสียใจที่จะเกิดขึ้นได้แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ไม่ได้ใช้ปีกที่ได้รับมาสร้างความทรงจำดีๆไว้เลย

 

 

 

 

 

อย่างไหนเศร้ากว่ากันนะ?...

 

 

================================================

 

จบ

(แบบน่าปาหมอนทองใส่(รึเปล่า))

 

 

 พรุ่งนี้ไปรับน้องแล้ว

 

คงไม่ได้อัพ 2-3 วัน =[]=

 

บะบายครับ


สุดท้าย...
 
 

ใช้ปีกที่ได้มาอย่างคุ้มค่านะครับ


รดน้ำวันละนิดจิตแจ่มใส~~

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

พี่ตูน : อยากเห็นคนไทยบินได้ !
แต่ผมมันคนไม่มีปีกอ่ะพี่

#1 By สันดานจัง on 2009-06-11 21:29

ชอบนะ

ดูมีจินตนาการดี

อ่านแล้วเพลินอะ
มารดน้ำแล้วจ้าconfused smile

#3 By V@R on 2009-06-11 22:21

=[]=" สงสารอ่ะ

นึกว่าจะได้บินขึ้น โธ่สะดุดหินตาย กำจริงๆ - -"



แต่งเก่งจังอ้ะ ธีมก็เข้า 555+


ปล.สงสารนกกระจิบด้วย แง้

#4 By ayachan on 2009-06-11 23:04

พี่เอสรับน้อง !!!!!
ได้แต่เหลียวมองไปสุดฟ้าไกล
มันช่างน่าเสียดายที่เราไปไม่ถึงขอบฟ้า
อ๊าอา~~~~~*

#6 By ~*~Sakura Kaze~*~ on 2009-06-12 14:45

ทะ.....ทำไมมันดูตายอนาจเล็กน้อยถึงปานกลาง
**รับน้องสู้ววววๆ

#7 By AiBikU on 2009-06-12 22:02

น่าเสียดายนะ ทั้งๆที่ตั้งใจจะบินมาตลอดแท้ๆ
สุดท้ายก็ไม่ได้ไปถึงปุยเมฆ...

ใช้สำนวนดีนะครับ เข้าใจง่ายดี
big smile

#8 By Doru-Kun™ on 2009-06-13 22:39