หลังจากที่บ้ามาหลายเอ็นทรีแล้ว ขอเข้าโหมดสงบเสงี่ยมบ้าง อะไรบ้าง กรุบกริบๆ (ติดสำนวนแปลกๆจากชาวบ้านมา... ="=!)

พอดีมีเรื่องนิดหน่อย เลยอยากอัพเอาไว้...

ทุกวันนี้ใครๆก็หันมาทำการค้ากัน เนื่องจากเทคโนโลยีการสื่อสารที่ทันสมัย อะไรๆมันก็ดูสะดวกไปหมด มีอินเตอร์เนต+ตู้ ATM ทั่วถึง
ด้วยความสะดวกสบายนี่เอง ทำให้หลายๆคนหันมาประกอบธุรกิจขนาดย่อมทางอินเตอร์เนตกัน จะทำคนเดียว หุ้นกับเพื่อน ขายของมือ 2 อะไรก็ว่ากันไป

ตัวผมเองไม่ได้ทำหรอกครับ เพราะเป็นพวกเห็นตัวเลขเยอะๆแล้วปวดหมอง ="=

เพื่อนผมเองก็ทำเช่นกัน ขายผลิตภัณฑ์อาหารเสริม กินแล้วขาว กินแล้วผอม อะไรประมาณนี้
เปิดร้านในเนตแรกๆก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่พอทำไปเรื่อยๆ ปัญหายิ่งเข้ามา เข้ามา
ปัญหาจากทั้งลูกค้าเอย (เรื่องมาก ต่อราคา บลาๆๆๆ)
ปัญหาจากคู่แข่งเอย (เป็นคนรู้จักกันแต่แย่งลูกค้ากันด้านๆ บลาๆๆๆ)
และปัญหาจากเพื่อนผู้ร่วมหุ้นลงทุนเอย (อุบอิบเงิน/เงินหาย บลาๆๆๆ) ="=

โอ๊ย น่าปวดหัวมากมาย ตอนนี้เพื่อนผมเลยเลิกทำไปเรียบร้อยแล้ว แต่จากเหตุการณ์เหล่านี้ก็ทำให้ผมได้ประสบการณ์ชีวิตพอดูอยู่

ขอเอามาเรียบเรียงหน่อยละกัน~
(เน้นการขายของทางอินเตอร์เนตนะครับ)


เอาทางด้านผู้ขายก่อนละกัน

1. ต้องกระทำโดย "สุจริต" หลักนี้สำคัญมากครับ ปรากฎในมาตรา 5 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (<<< ใครจะมานั่งเปิดฟะ!?)

2. ควรอธิบายคุณสมบัติสินค้าให้กระจ่าง+ลงละเอียดให้ครบถ้วน เพื่อความรวดเร็ว ลูกค้าจะได้ไม่ต้องส่งเมลล์ไปถามก่อน กว่าจะถาม - ตอบ จนตกลงกันได้ ก็อาจกินเวลาไปเยอะอยู่ การอธิบายครบถ้วนจะทำให้ลูกค้าสามารถตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้น และไม่เกิดปัญหาลูกค้าหลายคนแย่งสินค้าเช่นเดียวกัน (อารมณ์ประมาณว่า ลูกค้าคนที่ 1 สนใจ แต่ก็สงสัยในตัวสินค้า เลยส่งเมลล์มาถามๆ ผู้ขายก็ตอบไป และก่อนที่ลูกค้าคนที่ 1 จะส่งเมลล์ยืนยัน ก็มีลูกค้า 2 ที่สนใจสินค้าเหมือนกันตกลงจองในทันที แบบนี้ ลูกค้าคนที่ 1 ก็จ๋อยสิ ทั้งๆที่มาก่อนแท้ๆ =w=)

และต้องไม่ปกปิดความชำรุดบกพร่องของตัวสินค้า (เดี๋ยวลูกค้าหายหมดนะเออ)

3. ก่อนจะลงขายในเนต ต้องแน่ใจเสียก่อนว่าของที่จะขาย "ยังอยู่ดี"

อันนี้ขอนิดนึง... กรณีขายของมือ 2 น่ะ ลงประกาศไว้ในเว็บบอร์ดซะดิบดีเลย ไอ้ผมก็แอดเมลล์ไป ออน msn ถามราคาสินค้า ปรากฎว่าตอบมาว่า "ไม่รู้หายไปไหนแล้ว" ="=

โอ๊ย! นี่ ไม่ใช่การเล่นขายของนะคุณ!!
ของไม่อยู่มาลงประกาศขายได้ยังไง!!?

หงุดหงิดว้อย!!
ขอเหวี่ยงให้รังแคกระจายใส่หน้าสักหน่อยเถอะ!!  


อะแฮ่ม~
ต่อละกัน

4. สมมุติถ้ามีคนสนใจตัวสินค้าแล้ว จองแล้ว และอยู่ในระหว่างรอลูกค้าโอนเงิน ไม่ควร!! "นอกใจ" ไปขายให้คนอื่นแทน(ซึ่งเขาอาจโอนเงินให้เร็วกว่าหรือเสนอราคาแพงกว่า) เพราะยังไงซะ สินค้าชิ้นนั้นก็ถูกจองแล้ว ทำแบบนี้มันผิดมารยาททางการค้า! อาจเสียลูกค้าในระยะยาวได้ (เสียน้ำใจลูกค้าด้วย ="=)

แต่ถ้ารอแล้วรอเล่าเฝ้าแต่รอยังไง คุณลูกค้าที่เคารพก็ยังไม่ยอมโอนเงินมาเสียที จนผิดวิสัย (ผมไม่กล้ากำหนดวันลงไป เพราะมันแล้วแต่คนจะรู้สึก แต่ถ้าสำหรับผมคงสัก 5 วันละมั้ง) ลองติดต่อไปถามดู ถ้าติดต่อไม่ได้อีก แบบนี้ ผมว่า หลุดจองมันไปเลย แล้วเสนอขายคนอื่นต่อไป~

5. ส่งของให้ตรงเวลาและส่งเมลล์มาแจ้งด้วย (กรณีมีรหัสสินค้าก็ส่งรหัสมาให้ตรวจด้วย) ถ้าเกิดเหตุสุดวิสัยที่จะทำให้ไปส่งของได้ช้า อย่างน้อยควรเมลล์บอกลูกค้าสักหน่อยว่า "ขณะนี้ทางร้านประสบปัญหา... บลาๆๆ อาจะทำให้ส่งช้าหน่อย" อะไรก็ว่าไป ไม่ใช่จู่ๆหายเงียบไปเลย

ผมนี่สิเคยเจอมา สั่งซื้อ VCD เพลงญี่ปุ่น เกือบ 500 ส่งธนาณัติไปเรียบร้อย (เมื่อก่อนโอนเงินบ่เป็น~) แล้วหายแว้บไปเกือบ 2 สัปดาห์ ไอ้ผมก็กระวนกระวายใจ คิดไปต่างๆนานาว่าซวยแล้ว เจอร้านชิ่งเงินแล้วตู ก็ลองส่งเมลล์ไปเร่งดู ปรากฎว่าคนขายติดสอบ เลยไม่ได้ไปไปรษณีย์ ซะงั้นเลย!!

===========================

สำหรับผู้ซื้อ~

1. ก็ต้องยึดหลักสุจริตเช่นกัน (แต่สถานการณ์ไหนบ้างนี่คิดไม่ออกแฮะ =o=)

2. กรณีของมือ 2 หรือที่ขายตามเว็บบอร์ด ถ้าจะตัดสินใจจองนี่ ต้องไตร่ตรองดูดีๆว่าจะเอาจริงหรือเปล่า หรือเป็นแค่ "อารมณ์ชั่ววูบ" ว่าอยากได้ อยากเอากลับบ้านน XD คิดดีๆก่อนนะเออ เพราะถ้าจองแล้วไม่เอานี่ มันไปขัดขวาง "โอกาสที่จะได้ลูกค้า" ของคนขายเขานา

3. ต่อราคาแบบ "เอาใจเขา มาใส่ใจเรา" เพราะยังไงการทำการค้านั้น "กำไร" เป็น "สิ่งสำคัญ" สำหรับผู้ขาย (เขามาค้าขายนะไม่ได้มาทำบุญ ="=) ดังนั้นคุณลูกค้าผู้ซื้อก็ควรเคารพ "สิ่งสำคัญ" นั้นของผู้ขายด้วย ไม่ใช่ว่าต่อแบบ คนขายขาดทุนฮวบ แบบนั้นมันต่อแบบเห็นแก่ตัวแล้ว ลองมองในทางกลับกันด้วยว่าถ้าตัวเราเองทำการค้าแล้วถูกต่อแบบนี้จะรู้สึกยังไง? แต่ถ้ารู้ว่าไอ้คนขายมันตั้งราคาสูงเวอร์สำหรับต่ออยู่แล้วนั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง

4. โอนเงินให้ตรงเวลา ถ้าเกิดเหตุสุดวิสัยออกจากบ้านไม่ได้ แล้วยังต้องการของนั่นอยู่ ก็ส่งเมลล์ไปบอกผู้ขายด้วยว่าโอนช้าหน่อย แต่เอาของแน่ๆ อะไรก็ว่าไป ไม่งั้นเงียบหายไป ไม่โอนสักที ทางฝั่งผู้ขายเขาก็คงอยากขายให้ลูกค้าที่มีความแน่นอนกว่าอยู่แล้ว

5. เก็บหลักฐานการโอนไว้ให้ดี จนกว่าจะได้รับของแล้ว เพราะก่อนหน้านั้นคนขายอาจจะต้องการหลักฐานการโอน จะได้มีให้เขาได้


ก็เพียงเท่านี้ละครับ เท่าที่คิดออก
รวบรวมจากประสบการณ์ที่เจอมากับตัว+เพื่อนเล่าให้ฟัง
แค่คิดก็สยิวแล้ว ปัญหาสารพัดปัญหา
ทั้งในฐานะผู้ขาย และผู้ซื้อ ="=


แต่ก็อดอิจฉาเพื่อนๆไม่ได้แฮะ
บางคนขนคอนแทคมาขาย ขนเครื่องสำอางมาขาย ได้เงินดี
แต่ผมกลับไม่เคยทำอะไรเลย
งานพิเศษก็ไม่เคยทำเลยสักอย่าง ="=

 

ว๊ากกกก สิ้นหวังแล้ว~~~~~

หันไปขายตัวหนีบเข็มขัด ดีฝ่าาา =w=




ป.ล. วันนี้ไปลอยกระทงมา เป็นพิธีกรรมอย่างหนึ่งในช่วงกินเจ คนเยอะเชียว เห็นว่าจะช่วยลอยทุกข์ลอยโศกออกไปจากชีวิต~ สาธุ!! ความสุขจงเข้ามา จงเข้ามา

ป.ล.2 พ่อบอกว่า วันนี้เป็นวันเกิดจีนของผม ="= ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมีวันเกิดกันเยอะๆด้วยนี่ คนเรา แถมถ้านับแบบจีน ต้องบวกเข้าไปอีก 1 ปีด้วย แก่เร็วซะงั้นน่า!!!

ป.ล.3 ผมถูกสลากออมสินละ!! แต่โดนห้ามเบิกมาใช้ ให้เก็บไว้เป็นทุนการศึกษา  ซะงั้น!!! (แกลบจะกินข่อยแล้ว =[]=)

Comment

Comment: