ปัดฝุ่นบล็อค~

ที่จริงเริ่มพิมพ์ไว้ตั้งแต่วันศุกร์แต่พิมพ์ไม่เสร็จ
วันเสาร์กลับดึก = เพลีย
วันอาทิตย์น้องครองเนต = ไม่ได้อัพ
เลยมาอัพเอาวันนี้ = [] =

เมื่อวันศุกร์นั่งดูโทรทัศน์เพลินๆ เจอสารคดีเกี่ยวกับการลดความอ้วนทางช่องทีวีไทย
โดยมีทีมงานนักวิทยาศาสตร์ตั้งสมมุติฐานต่างๆขึ้นมา จากนั้นก็ทดลองโดยอาสาสมัคร แล้วสรุปผลออกมา

ตอนดูไม่ได้จดอะไรไว้เลย จำได้คล่าวๆว่ามี 10 ข้อ ขอด้นสดๆละเน้อ~!!
(หากผิดพลาดต้องขออภัยด้วย m=_=m)



1. ห้ามอดอาหารเป็นอันขาด

ข้อแรกนี่ไม่ได้ดูแต่แรกแฮะ เปิดมาปึ๊ปก็เห็นเขาเอาคนที่อดอาหารมาวิจัยสมอง
ปรากฎว่าพออดอาหารแล้ว สมองจะสั่งการให้อยากกินของที่มีแคลอรี่สูงๆ
เขาเลยห้ามไม่ให้อดอาหาร เพราะไม่งั้นอาจหิวจนตาลายแล้วสวาปามของหนักได้

แทนที่จะผอม... กลับจะอ้วนขึ้น = ="

==================================================

2. ลดขนาดภาชนะลง

จากการทดลองเอาอาสาสมัคร 2 กลุ่ม เข้าโรงหนัง
กลุ่ม 1 ได้รับแจกป็อปคอร์นขนาดเล็ก
กลุ่ม 2 ได้รับแจกป็อปคอร์นขนาดใหญ่กว่า
ซึ่งปริมาณแบบขนาดเล็กนี่นับได้ว่า สามารถทำให้อิ่มท้องได้แล้ว แต่ปรากฎว่า กลุ่ม 2 ก็ยังกินต่อไปได้เรื่อยๆ
เหตุผลเพราะเขาเหมือนถูกบังคับให้กิน ขนาดเท่านั้น (งงไหม ="=?)

อารมณ์ประมาณมีเท่าไหร่ ก็เหมือนเป็นหน้าที่ว่าต้องกันให้หมดไง ^^

ดังนั้นเรามาลดขนาดจานชามกันเถิดเอย !!

================================================== 


3. หลีกเลี่ยงอาหารแคลอรี่สูง

ของบางอย่างที่คล้ายกัน แต่มีปริมาณแคลอรี่ ต่างกันมากนัก เราก็ต้องเลือกกินที่ต่ำกว่าน่ะนะ =w=
อย่างกาแฟ ถ้าเป็นกาแฟเพียวๆ จะมีเพียง 10 แคลอรี่เท่านั้น(ขมโคตร ="=) แต่ คาปูชิโน่(ใส่น้ำตาล+ครีม) มีถึง 100 แคลอรี่
ขนมปังปิ๊งธรรมดา น้อยกว่า ครัวซอง
สลัดผักธรรมดา น้อยกว่า สลัดผักใส่แฮมเพิ่มครีม
พิซซ่าชีส น้อยกว่า พิซซ่าแฮมชีส


จำได้ประมาณนี้ฮะ เอาเป็นว่าถ้าอยากกินของแคลอรี่สูงก็ให้หาของใกล้เคียงแต่แคลอรี่ต่ำกว่ามากินแทน
อย่างอยากกินสเต็กหมู ก็ไปซื้อหมูสะเต๊ะมากินแทน (เอ๊ย!!)

 
==================================================

4. คำนวนแคลอรี่อาหารที่กินเข้าไปทุกอย่าง

และอย่าอ้างว่า "เพราะร่างกายเผาผลาญช้าถึงได้อ้วน"

ข้อนี้กับข้อ 3 เราไม่ได้ใจว่ามันเป็นข้อเดียวกันหรือเปล่า แต่เราจำอีกข้อไม่ได้จริงๆ OTL

ทีมงานได้ไปสัมภาษณ์สาวเจ้าเนื้อคนหนึ่ง เขาอ้างว่าตัวเองกินแต่อาหารเพื่อสุขภาพมาโดยตลอด แต่ก็ยังอ้วน เลยโทษว่า คงเป็นเพราะร่างกายเผาผลาญช้า

เอาละ ทีนี้ทีมงานวิจัยจึงนำตัวหล่อนมาพิสูจน์ให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย ก็พาหล่อนเข้าไปนอนในเครื่องแล้วคำนวนอัตราการเผาผลาญ

ปรากฎว่า "ปกติ" ทุกอย่าง!!


คราวนี้เลยให้เจ้าหล่อน ทำการจดบันทึกอาหารที่พร้อมคำนวนแคลอรี่ เป็นเวลา 9 วัน ในระหว่างนั้นก็เอาปัสสาวะไปตรวจทุกวันด้วย
และแล้วผลออกมาว่า...

เธอบันทึกว่า วันหนึ่งเธอกินประมาณ 1000 กว่าแคลอรี่เท่านั้น
แต่ผลการตรวจกลับกลายเป็นว่า มันสูงถึง 3000 แคลอรี่ / วัน =[]=!!!


ทั้งหมดนี่เป็นเพราะเธอลืมจดพวกเครื่องดื่ม ของว่าง หรือแม้กระทั่งน้ำจิ้ม ซอสทั้งหลาย
เพราะอย่าประมาทเชียว ของพวกนี้แคลอรี่ใช่ย่อยเลยล่ะหนู = =
นอกจากนี้ ไอ้อาหารเพื่อสุขภาพที่เธอพูดถึงคือ สลัดผลไม้ (จานบักเอ้ก!!!)

ก็ต้องไม่ลืมว่า ผลไม้มันก็มีแคลอรี่เน้อ =w=

==================================================

5. โปรตีนทำให้อิ่มนานกว่า

การรับประทานอาหารที่มีโปรตีนจะช่วยให้อิ่มนานกว่า
แต่ต้องเป็นโปรตีนที่ไม่มีไขมันนะ (อย่างเบคอนนี่ ไม่ผ่านฮ้า!!)
ที่เขาแนะนำคือโปรตีนจำพวกถั่ว และเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน

==================================================

6. ซุปหรืออาหารเหลว ทำให้อิ่มนานกว่าอาหารธรรมดา

อันนี้อเมซซิ่งไทยแลนด์มากๆ ทีมงานเขาเอาทหารมาทดสอบ

กลุ่ม A : ทานอาหารธรรมดาๆ แล้วดื่มน้ำตาม 1 แก้ว
กลุ่ม B : เอาอาหารของกลุ่ม A มาใส่น้ำแล้วปั่นๆ กินเป็นซุป (เห็นคนกินทำหน้าอร่อยด้วยแฮะ ไอ้ผมละเกือบอ้วก ="=)

แล้วปล่อยให้พวกเขาฝึกทหาร (อย่างโหดๆ) ไป
แล้วทีมงานก็เอ็กซเรย์ดูกระเพาะของคน 2 กลุ่มนี้

ปรากฎว่าเวลาผ่านไป 4 ชั่วโมง กระเพาะของกลุ่ม B ยังมีอาหารอยู่ !!!
แต่กลุ่ม A หมดไปแล้ว = =???


เขาก็สรุปว่า เวลากลุ่ม A กินอาหารเนี่ย พอดื่มน้ำตามแล้ว น้ำมันก็ไหลฟิ๊ววว พาอาหารบางส่วนไปยังลำไส้เลย ทำให้ย่อยเร็ว (อธิบายไม่ค่อยถูก ฮือๆ)
ส่วนกลุ่ม B เป็นซุปข้นๆใช่ม้า พอกินเข้าไปแล้ว มันก็ไม่ได้ไหลไปยังลำไส้เลยทีเดียว (เพราะมันข้น) มันเลยค่อยๆย่อยอยู่อย่างนั้น (เด็กเรียนวิทย์อย่าหงุดหงิดกับสำนวนข่อยเลยนะ = =)

สรุปคือซุปทำให้อิ่มนานกว่าอาหารธรรมดาฮ้า
แต่ถ้าจะเลือกทานซุปก็ต้องพิจารณาแคลอรี่ด้วยเน้อ (ยุ่งยากเนอะ = =)

==================================================

7. ทางเลือกมาก ก็กินมาก =_=

อันนี้เขาทดสอบโดยเอา ช็อกโกแลตเม็ดเคลือบสี ใส่ถ้วย 2 ใบวางไว้ในร้านให้ลูกค้าตักเอา
ใบที่ 1 ใส่ช็อกโกแลตสีม่วงสีเดียว
ใบที่ 2 ใส่ช็อกโกแลตหลากสี


ปรากฎว่าคนตักช็อกโกแลตหลากสีหมดอย่างรวดเร็ว (ถ้วยใบที่ 1 เหลืออีกบานเลย =w=?)

เขาเลยเอาผลนี่มาสรุปว่า ถ้ามีทางเลือกมาก คนก็ชอบมาก (เป็นเหตุผลทางจิตวิทยาน่ะนะ)
แล้วเอามาเชื่อมกับการกินบุฟเฟต์ ว่าคนต้องการลดความอ้วนต้องหลีกเลี่ยงอย่างแรง
เพราะบุฟเฟต์มีอาหารหลากหลาย สมองเราก็จะสั่งให้ตักโน่น ลองนี่ ไปเรื่อย...
ทำให้กินอาหารมากกว่าการกินปกติถึง 30% (แอบจำเลขได้ >,<)


คิดดูละกันว่ากินบ่อยๆจะเกิดอะไรขึ้น =w=

==================================================

8. แคลเซียมในนม ช่วยให้ร่างกายดูดซึมไขมันได้น้อยลง

อันนี้เขาทดสอบโดยให้ชายผู้หนึ่ง หล่อมาก (<<<เกี่ยว??)
โดยทางทีมงานจะส่งอาหารมาให้ทุกวัน (แคลอรี่เท่ากันทุกวัน)
แต่อาหารบางวันจะมีแคลเซียมบ้าง บางวันไม่มีบ้าง
แล้วเขาให้เอาอุจจาระไปตรวจวิจัย...

ปรากฎว่าวันที่กินอาหารที่มีแคลเซียม จะมีไขมันออกมากับอุจจาระ มากกว่าวันที่ไม่ได้กินแคลเซียม

ในตอนท้ายเขาจึงแนะนำให้ดื่มนมพวกพร่องมันเนย ขาดมันเนย เพื่อให้ร่างกายดูดซึมไขมันได้น้อยลง =w=

==================================================

9. การออกกำลังกาย

อันนี้ก็อเมซซิ่งมากๆ
เขาให้ชายผู้หนึ่ง สวมแว่นด้วย อ๊างงง >///< (<<< บ้าไปแล้ว)
ออกกำลังกายบนลู่วิ่ง 90 นาที แล้วมาตรวจว่าเผาผลาญไปได้เท่าไหร่
ปรากฎว่าเผาผลาญไปแค่ 190 แคลอรี่ (ไม่แน่ใจเลขแฮะ แต่เขาบ่นว่า เผาไปได้แค่เท่ากับมันฝรั่งทอดกรอบ 1 ซองเอง = =)
เขาก็ทำท่าผิดหวังๆ แล้วกลับไป

วันรุ่งขึ้นมาทดสอบอีก แต่คราวนี้ให้นอนอย่างเดียว =[]=??
แล้วมาตรวจดูปรากฎว่าเผาผลาญไปประมาณ 400 แคลอรี่ (ไม่แน่ใจตัวเลข แต่มากกว่าครั้งแรก จนหนุ่มแว่น